My Memory

posted on 03 Dec 2009 16:02 by lchicken

กว่าจะมีเวลามานั่งอัพเรื่องราวต่างๆก็ผ่านวันคอนเสิร์ตมา4วันแล้ว

ความรู้สึกหลากหลายที่ถูกหยิบยื่นให้ ทั้งดีใจและเสียใจ

ทุกอย่างจะเก็บไว้เป็นบทเรียนเตือนใจตัวเอง

อะไรที่ทำพลาดไปก็จะไม่ทำอีก และอะไรที่ทำได้ดีอยู่แล้ว ก็จะทำให้ดีมากกว่าเดิม

คอนครั้งนี้ มันรู้สึกเหนื่อย ไม่เคยเหนื่อยกับการได้พบกันครั้งไหนเท่ากับครั้งนี้

แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทน แน่นอนว่ามันก็คือความสุข และความทรงจำที่สวยงามที่เรามีร่วมกันเหมือนเคย

แม้ว่าเสียงร้องไห้ของเราจะดังกว่าเสียงหัวเราะ และน้ำตาของเราจะมากกว่ารอยยิ้ม

ณ วินาทีนี้ พอมานั่งนึกถึงสิ่งต่างๆที่ได้เจอมา เรากลับนั่งยิ้มให้กับมัน

 

ใบหน้าที่ไม่อาจละสายตา น้ำเสียงที่ฟังไม่เคยเบื่อ ดวงตาของเค้าสวยกว่าดาวดวงไหนในจักรวาล

เรายิ้มให้กับความคิดนี้...อยากเจอเค้าเร็วๆ...

 

วินาทีที่เห็นที่1ในใจเราเปิดตัวขึ้นเวทีมา ตกใจมากๆ ไม่คิดว่าจะมาขึ้นฝั่งเรา

ได้เห็นใกล้ๆ ชัดๆ ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เพื่อนข้างๆสะกิดถามว่า คนที่ยืนหันหลังอยู่ข้างหน้าเรานี้เป็นใคร

เราตอบด้วยรอยยิ้มและด้วยความภาคภูมิใจที่ได้พูดชื่อของเค้าผ่านริมฝีปากของเราว่า

"นี่แหละ ลีฮยอกแจ"

.

.

รู้สึกได้เลยว่า สายตาที่เรามองผู้ชายคนนี้ในขณะนั้น มันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

สายตาที่จับจ้องไปที่เค้าเพียงคนเดียว อืม...การเปิดตัวอย่างสง่างาม

เรามีความสุขที่ได้เห็นเค้าอย่างถนัดตา และรับรู้ว่าร่างกายที่อยู่ตรงหน้าเรานี้แข็งแรงดี

การที่หัวใจคุณเต้นอยู่ ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตนั้นมีคุณค่า

ฮยอกแจ...คุณกำลังมีชีวิตอยู่ และเปล่งประกาย

เกือบ 8 เดือนที่ไม่ได้เจอกัน พอมาเจอกันใกล้ๆอย่างนี้เรากลับไม่ได้ร้องไห้อย่างที่คิด

เพียงแค่ยืนยิ้มให้ เหมือนทุกครั้งที่เจอกัน ความรู้สึกภายในใจ

มันเต็มด้วยไปด้วยความสุขมากกว่าครั้งไหนๆเท่านั้นเอง

หลายครั้งที่คุณแวะเวียนมาแถวๆที่นั่งของเรา รู้สึกเต็มอิ่มกับทุกๆนาทีที่อยู่ด้วยกัน

ที่สุดคงเป็นตอนที่ฮยอกแจวิ่งขึ้นมาตรงบันได แทบไม่รู้ตัวเลยว่าเราโดดจากที่นั่งของเรา

คือแถวแรก วิ่งขึ้นไปอยู่แถวที่สอง รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นแขนของฮยอกแจ

เต็มไปด้วยมือของเอลฟ์ แปะๆๆๆๆๆ อยู่เต็มแขน ฮ่าๆ เราทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ ขอมองใกล้ๆก็พอ

พอฮยอกแจวิ่งกลับลงมาที่เวที เราก็ได้เห็นภาพที่สวยงามที่สุด สมองของเราบันทึกภาพนั้นไว้ทันที

"ฮยอกแจ...เจ้าชายของเรา...หัวเราะ...นั่นเป็นนาทีที่วิเศษที่สุด"

.

.

ใบหน้าของฮยอกแจเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม นั่นเป็นช่วงเวลาที่เราชอบที่สุด...

ชอบที่สุดในหลายร้อยอิริยาบถที่เค้าแสดงออก

 

บัตร5000แถวแรก เวลา 2ชม. กับการที่ไม่ได้เจอกันนาน 8เดือน

 เหมือนจะแทนกันไม่ได้เลย ถึงเวลาที่ต้องจากกันอีกแล้ว

ท้ายคอนเสิร์ต จิตใจเราก็เริ่มหดหู่ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่า

พรุ่งนี้จะไม่ได้เจอกันตามที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่น่าเชื่อว่า

ณ วินาทีที่ฮยอกแจยืนอยู่ตรงหน้าเราแล้วโค้งขอบคุณ

ความรู้สึกหดหู่นั้น มันก็หายไป แม้เพียงชั่วคราวก็ตาม

ฮยอกแจช่างมหัศจรรย์ เค้ามีชีวิตชีวา และทำให้เราเต็มล้นไปด้วยความสุข

แค่เราอยู่ใกล้ๆเค้า เตาปฏิกรณ์ที่สร้างความสุขมันก็ทำงาน

คืนนั้นอธิษฐานให้ความรู้สึกหดหู่มันจางหายไป แต่ใช่ว่าคนเราอธิษฐานแล้วจะได้อย่างที่ฝัน

ใครจะไปรู้ว่าลางสังหรณ์ก่อนที่ฮยอกแจจะเดินมาโค้งขอบคุณในคืนแรกจะเป็นจริง

 

งานคอนเสิร์ตวันที่สอง...ไม่มีเรา...

ตลอดทั้งวันของงานวันที่สอง เราเดินอยู่ท่ามกลางความสุข

รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของทุกๆคนที่มาในวันที่สองนั้น

แต่ว่า...อะไรทำให้ผู้หญิงคนนึงต้องร้องไห้ ทั้งๆที่บรรยากาศมันน่าจะมีความสุข?

ยังจำได้ดีถึงตอนที่ทุกอย่างประดังเข้ามา เรารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำของอิมแพค ฝั่งเชสเตอร์กริล

เลือกห้องว่างๆสักห้อง คือหมายเลข33    นั่งลง...และร้องไห้

แม่โทรมาถามว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน ได้บัตรรึยัง

เราจึงตอบไปตรงๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น ว่า

"หนูนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำคนเดียว"

แม่เงียบไปสักพักแล้วถามว่า

"กลับบ้านตอนนี้เลยมั้ยลูก เดี๋ยววันจันทร์แม่ไปส่งที่มหาลัยเอง"

ตอนนั้น ภาพรอยยิ้มของฮยอกแจที่ได้รับเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวเราทันที

"ไม่อ่ะ อย่างน้อย หนูขอรอส่งเค้าก่อน"

ถ้านี่คือภาพฝันที่เลือนราง ก็มีเพียงภาพรอยยิ้มของฮยอกแจเท่านั้นที่กระจ่างชัด

ใบหน้าของฮยอกแจ เป็นสิ่งเดียวที่ชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

 

ในใจพยายามคิดอย่างคนมีหวังเสมอ อธิษฐานกับพระเจ้าขอพระองค์เสริมกำลังเรี่ยวแรง

ลูกรู้ว่าแผนการณ์ทุกสิ่งอย่างของพระองค์ เป็นไปเพื่อสวัสดิภาพไม่ใช่ทุกขภาพ

แม้ลูกจะไม่รู้ว่าพระองค์ส่งบททดสอบที่อยากเย็นมากมายมาให้ลูกภายในวันเดียวเพื่ออะไร

แต่สิ่งเดียวที่ลูกรู้คือ พระองค์อยู่เคียงข้างลูกเสมอ ลูกจำได้ดีว่าพระองค์เลี้ยงดูลูก

ให้เป็นดังนกอินทรี แม่นกอินทรีที่เขย่ารังลูกของมันเพื่อให้หัดบินเอง

เพื่อให้เข้มแข็ง  แกร่งพอที่จะต่อสู้ในโลกกว้าง ให้บินออกไปอย่างสง่างาม

แต่มันเจ็บเหลือเกินพระองค์ ลูกไม่มีแรงมากพอที่จะเดินออกไป

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่นั่งร้องไห้อยู่ในนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงหนึ่งในหัวว่า

" ไม่เป็นไร พ่อรู้ว่าลูกต้องชนะ"

.

.

น่าแปลกที่ในใจเรากลับสงบลง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความสุข แต่เป็นสันติสุข

นั่งรอที่สนามหญ้าหน้าอิมแพคจนตะวันตกดิน เหมือนกับคำตอบที่ว่า

ความหวังของเราจบลงแล้ว การต่อสู้ ความทรมานของเรา

ความกระวนกระวายว่าจะหาบัตรได้รึป่าว สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จบลงไปด้วย

เหมือนพระเจ้ามาช่วยกู้ ช่วยเยียวยารักษาบาดแผลที่ได้รับมาตลอดทั้งวัน

ทุกวินาทีที่นั่งอยู่นอกฮอล์อิมแพค มันไม่ได้เจ็บปวดและทรมานอย่างที่คิด

ได้ยินเสียงเพลงWho am I ท่อนที่ซีวอนนั่งลงและเปล่งเสียงร้อง

"....But because of who you are~~~"

ชีวิตเรายังอีกยาวไกล ไม่ใช่มีแค่วันนี้ พรุ่งนี้

แต่คืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เหมือนได้เห็นชีวิตตัวเอง

ย้อนจากหลังและกำลังจะก้าวไปข้างหน้า นี่เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง

.

.

สาธุการพระนามพระเจ้าพระบิดา

พระเยซูองค์พระผู้ไถ่

และพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระสหายที่ลูกรักยิ่ง

ที่อยู่เคียงข้าง รองรับน้ำตาของลูกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

ขอบคุณพระเจ้าจอมโยธาที่มองลูกด้วยความรักและเมตตาเสมอ

รักลูกอย่างที่ลูกเป็น ไม่เคยรังเกียจเมื่อลูกตกเป็นทาสของความบาป

คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะมีพระองค์อยู่ด้วยกับลูกเสมอ

Shalom Shalom...ขอสันติสุขที่มาจากพระองค์ดำรงอยู่กับลูกชั่วนิจนิรันดร์

.

.

คืนนั้นอาจจะหลับยากอยู่สักหน่อย แต่เมื่อนึกถึงรอยยิ้มบนใบหน้าของฮยอกแจ

ก็ทำให้เรามีกำลังใจ สามารถหลับตาลงพร้อมๆกับความเจ็บปวดได้

น้ำตาของเราที่ไหลออกมา หยดลงในหัวใจเรา..รู้สึกชุ่มชื่น

ความเจ็บปวดที่มี ดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปซะแล้ว

.

.

"จะไม่ลืม...รอยยิ้มของลีฮยอกแจที่เปล่งประกาย...ภายใต้แสงสปอร์ตไลท์บนเวที"

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ขอบคุณพี่สาวหลายๆคนที่คอยถามไถ่ เล่าเรื่องต่างๆให้เป้ฟังเสมอ

พี่เอ๋...ที่ยังเมาท์เรื่องฮยอกแจกับเป้ทางโทรศัพท์ในคืนวันแรก

พี่โอเล่...ที่ยังโทรมาถามว่าได้บัตรคอนเสิร์ตวันที่2รึยัง

และพี่จิ๊ด...พี่บอกว่าถ้าพี่หาบัตรได้แล้วจะช่วยเป้หาอีกแรง

ขอบคุณมากๆนะคะ พี่จิ๊ดอย่าถือว่าตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรเป้เลยนะคะ

เพียงแค่คำพูดของพี่จิ๊ดที่ว่าจะช่วยหาบัตร เป้ก็ดีใจจะแย่แล้ว

แต่เป้รู้ว่ามันคงยากไง โอกาสที่เป็นไปได้มันมีน้อย

เลยตัดใจ แล้วไปหาข้าวทานดีกว่า (ข้าวมื้อแรกของวันเลยนะนั่น ฮ่าๆ^^)

พี่เอ๋พี่โอเล่ที่ยังเอาใจช่วย ขอให้เป้ได้บัตร อิอิ ขอบคุณนะคะพี่สาว

อะไรๆก็ไม่เป็นใจ อดดูซะงั้น ไว้คราวหน้าเอาใหม่

ถ้าจะดูทุกวัน ก็ต้องมีบัตรคอนของทุกวันไว้กะตัวเลย

ถ้าจะหาของไปเล่นในคอน ก็ต้องให้ของถึงมือเราก่อนวันคอน

จะไม่มีพลาดเหมือนครั้งนี้อีกแล้ว ห้องน้ำหมายเลข33

ฝั่งเชสเตอร์กริลที่อิมแพค เป้ก็จะไม่ไปร้องไห้ในนั้นอีก เอิ๊กกกก

โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะคะทุกคน...ขอพระเจ้าอวยพระพรค่ะ^^

 

 

 

HAPPY BIRTHDAY TO ME

posted on 03 Nov 2009 00:03 by lchicken

19ปีเต็มแล้วนะวันนี้ 

จริงๆแล้ว วันเกิดของเราก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่ง

ไม่มีงานเลี้ยงฉลอง ไม่มีเค้ก ไม่มีกล่องของขวัญสวยๆ

แค่ได้นั่งกินข้าวบนโต๊ะเล็กๆในบ้านกับพ่อแม่

นั่นคือสิ่งที่เราพอใจและทำมาโดยตลอด

เสียดายที่ปีนี้ไม่ได้ทำอย่างเคย เพราะต้องมาอยู่ไกลบ้าน

มาอยู่ที่ทะเลตะวันออก ที่มองทีไรก็ทำให้นึกถึงคนๆนึง

ที่เราเห็นเค้าเป็นเพื่อนคนสำคัญของเรา

มันทำให้อบอุ่นใจขึ้นมา ที่คิดว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว

สิ่งต่างๆรอบตัวเรา ทำให้คิดถึงคนที่เรารัก^^

 

เคยสงสัยว่าทำไมเราถึงจำอะไรหลายๆอย่างในวัยเด็กของตัวเองไม่ค่อยได้

เป็นเพราะการที่เราชอบจดจำเรื่องราวของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรามากกว่ารึป่าว

ณ วินาทีนี้ ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุด...

คงเป็น 4ปีที่ผ่านมา 

ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่ามันเป็นสาระสำคัญของชีวิตเรา

 

หลายสิ่งที่เกิดขึ้น การได้รู้จักใครหลายๆคน จนกระทั่งได้รัก

ได้ทะนุถนอมดูแล ได้ปกป้องและอยู่เคียงข้างกันมาจนถึงทุกวันนี้

ผู้คนที่เรารัก พ่อแม่ เพื่อนๆ พี่น้องแฟนคลับ และที่สำคัญ

พวกคุณ...SUPER JUNIOR...

 

ในเมื่อประเทศไทยไม่มีหิมะแรก แต่ลมหนาวแรกเราคิดถึงใครกัน? 

.

.

.

"อัญมณี" ... ที่เปล่งประกายเจิดจรัสในหัวใจเรา

ตลอดระยะเวลา 4ปีที่ผ่านมา  

"อัญมณี" หรือเปล่าที่บอกว่า วันเกิดในปีนี้ของเรา ไม่เหมือนเดิม

เพราะเรากำลังรอคอยคนๆนั้นด้วยใจจดจ่อ

เพราะการที่ไม่ได้พบกันนาน เมื่อเจอกันคราวนี้เราจะมีปฏิกิริยายังไง 

 จะยืนมองเฉยๆแล้วยิ้มให้เหมือนที่เคยทำมา

หรือว่าจะดีใจจนร้องไห้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนกันแน่

.

.

.

"คิดถึงนะ" ที่ผ่านมาก็มีแต่คำนี้ คิดถึงทุกๆวัน คอยดูอยู่ห่างๆว่าเป็นยังไงบ้าง

ตั้งแต่ได้รู้จักกันโลกของเราก็เปลี่ยนไปเยอะเลย

หลายครั้งที่เหนื่อยและท้อใจ แต่เราก็ยังมีกะจิตกะใจที่จะเงยหน้าดูท้องฟ้า

ท้องฟ้าแต่ละวันสวยงามไม่ซ้ำกันเลย แค่กระพริบตา2-3ครั้ง เมฆแต่ละก้อนก็เปลี่ยนไปแล้ว

สวยงามไปอีกแบบ ทำให้คิดว่า ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่

.

.

.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอัญมณีที่เราภาคภูมิใจนี้เปลี่ยนไปมาก

จากเด็กน้อยน่ารัก จนตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มตัว ดูดีขึ้นจนผิดหูผิดตา

ยามที่เธอพับแขนเสื้อขึ้นมาไว้ที่ข้อศอก ทำให้เรารู้สึกว่า

แขนที่แข็งแกร่งของเธอในตอนนี้

คงพร้อมที่จะโอบกอดและปกป้องใครสักคนได้แล้วมั้ง

ยังไงก็ตาม อยากขอบคุณที่วันนี้ยังคงอยู่ด้วยกัน

ขอบคุณที่ในวันนี้ยังไม่ห่างไปไกลจนเสียงเรียกของเราดังไปไม่ถึง

.

.

.

ทั้งที่เป็นวันเกิดของตัวเอง แต่ทำไมถึงได้มานั่งพร่ำเพ้อถึงใครอยู่

"ความทรงจำ" ล่ะมั้ง ที่ชัดเจนที่สุดก็คือเรื่องของคนๆนี้นี่แหละ

ดีใจที่สุดที่มีโอกาสได้รู้จักกัน เดินตามความฝันไปด้วยกัน

เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล มาเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในทุกวันกันนะ

ต้องยิ้ม และเข้มแข็ง พร้อมที่จะเผชิญทุกๆอย่าง

โปรดรับรู้ไว้ว่า "ความสุขของคุณคือสิ่งที่เราหวงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด"

 

SUPER JUNIOR

คนดีที่ 1 ที่เราภาคภูมิใจ

GO GO!!!

 

 

"ไม่ว่าอากาศภายนอกจะหนาวเย็นแค่ไหนก็ตาม

แต่ได้โปรดเถิดองค์พระผู้เป็นเจ้า

ขอให้ในหัวใจของผู้ชายที่ชื่อลีฮยอกแจคนนี้อบอุ่นอยู่เสมอ"

 

 

 

ปล. ตามอารมณ์ตัวเองไม่ทัน ลมหนาวมันพาไป==!

Pray for see you soon...

posted on 25 Sep 2009 08:32 by lchicken

 

 

 

ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเฮฮา มีความสุข สนุกสนาน กับการได้พบใครสักคนที่ตนรอคอยมานาน

แต่เรา...กลับกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือ ที่จำเป็นต้องอัดมันเข้าหัวให้หมด

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบในสัปดาห์หน้าทั้งสัปดาห์

เคยถามตัวเองว่า "ทิ้งไปได้มั้ย แค่วันเดียวเท่านั้นเอง ไปหาคนๆนั้นจะดีกว่ารึป่าว?"

อยู่ๆเสียงที่อยู่ลึกๆในใจก็ตะโกนขึ้นมาว่า "ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอก่อนๆ เรามีสิ่งที่สำคัญกว่าที่ต้องทำ"

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงถามตัวเองว่า

"ในชีวิตของเรานี้มีด้วยเหรอ สิ่งที่สำคัญกว่าผู้ชายที่ชื่อ ลีฮยอกแจ น่ะ ?"

แต่ตอนนี้ ได้คำตอบของคำถามนี้แล้ว

"มีสิ หน้าที่ไง ภาระหน้าที่ที่มันค้ำคออยู่ ที่ต้องทำ ที่ต้องรับผิดชอบ"

เช้าวันนี้ เป็นอีกครั้งที่คุยกับแม่แล้วร้องไห้

เรา :"แม่ เมื่อวานฮยอกมา"

แม่  :"แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน"

เรา :"กรุงเทพ"

แม่ :"....."

เรา :"หนู...คิดถึงเค้า"

แม่ :"เรา2คนไม่ได้เจอฮยอกนานแค่ไหนแล้วเนี่ย"

เรา :"....."

แม่  :"....."

เรา :" 6 เดือน "

แม่  :"....."

เสียงร้องไห้แว่วมาตามสัญญาณโทรศัพท์

คิดว่าคงมีแต่ในนิยาย แต่ในวันนี้ มันกลับเกิดขึ้นในชีวิตเราจริงๆ

แม่  :" อดทนลูก "

เรา  :"....."

.

.

.

"ขอโทษ"  ทุกครั้งที่คุณมาแล้วเราไปหาคุณไม่ได้ เราก็มักจะพูดคำนี้

และคราวนี้ก็ไม่ต่างกัน ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ไม่สะดวกที่จะไปพบคุณ

ได้แต่มองจากตรงนี้ หวังว่าคุณคงจะมีความสุขดี

มีช่วงเวลาที่ดีๆที่ได้อยู่ในประเทศไทย

ได้โปรดรับรู้ไว้ว่า คุณยังเป็นที่หนึ่งในใจของเราเสมอ 

...ขอบคุณที่กลับมา...